อาหารจากหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่

  • ลักษณะสมุนไพร

    หอมหัวใหญ่เป็นไม้ล้มลุก ที่มีความสูงไม่มากเพียงประมาณ 30-40 เซนติเมตร มีหัวใต้ดิน ลักษณะกลมป้อม มีเปลือกนอกบางๆหุ้มอยู่ด้านนอก เปลือกมีสีม่วงแดงแต่เมื่อแห้งแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลภายในมีกลีบสีขาวหุ้มซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ทำให้มีลักษณะเป็นหัวเช่นเดียวกับกระเทียม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นกระจุกประมาณ 3-4 ใบ มีเส้นใบแบบขนาน ขนาดใบกว้างประมาณ 2-4 เซนติเมตร และยาวประมาณ 20-40 เซนติเมตร ลักษณะใบคล้ายรูปดาบและมีจีบตามยาวคล้ายพัด ดอกออกเป็นช่อ โดยดอกจะแทงออกจากลำต้นใต้ดิน กลีบดอกมีสีขาว หอมหัวใหญ่เติบโตได้ง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิดที่มีการระบายน้ำได้ดี ขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะเมล็ด

  • สรรพคุณทางยา

    หัวใต้ดิน ลดการอุดตันไขมันในเส้นเลือด ลดคลอเลสเตอรอลชนิดเลวหรือเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด ยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ ช่วยขับปัสสาวะ ขับเสมหะ ลดการอักเสบ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ลดอาการบวม แก้พิษแมลงกัดต่อย รักษาผิวหนังที่ถูกน้ำร้อนลวก รักษาอาการผมร่วง และกระตุ้นให้ผมขึ้นใหม่

  • วิธีการใช้

    1.รักษาผมร่วง กระตุ้นให้ผมขึ้นใหม่ แช่หอมหัวใหญ่ในเหล้ารัมนาน 1 วัน จากนั้นเอาเฉพาะส่วนน้ำมานวดหนังศีรษะหรือ ทาหนังศีรษะด้วยหอมหัวใหญ่แล้วตามด้วยน้ำผึ้ง วันละ 1 ครั้ง
    2.รักษารังแค คั้นน้ำจากหอมหัวใหญ่แล้วชโลมให้ทั่วศีรษะทิ้งไว้ประมาณ 10- 15 นาที โดยคลุมหมวกพลาสติกเอาไว้เพื่อกันกลิ่นระเหยออก จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด
    3.ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดการอุดตันไขมันในเส้นเลือด ลดคลอเลสเตอรอลชนิดเลวหรือเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดีในเลือด รับประทานหอมหัวใหญ่แบบสดๆหรือใช้ประกอบอาหารเมนูต่างๆ รับประทานเป็นประจำจะช่วยรักษาอาการ
    4.บรรเทาอาการเป็นหวัดคัดจมูก สูดดมไอระเหยหรือกลิ่นของหอมหัวใหญ่เข้าไปจะช่วยให้จมูกโล่งและหายใจได้คล่องขึ้น
    5.ลดการอักเสบบวม แก้พิษแมลงกัดต่อยและรักษาผิวหนังที่ถูกน้ำร้อนลวกตำหอมหัวใหญ่ผสมกับเหล้าแล้วนำมาพอกบริเวณแผล

ประวัติหอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่ เป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดในทวีปเอเชียกลาง ตั้งแต่อินเดียจนถึงแถบเปอร์เซีย ต่อมาค่อยเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่แถบประเทศยุโรปผ่านทางประเทศอียิปต์ และตุรกี โดยเริ่มปลูกมากในยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 13-14 และค่อยแพร่เข้าสู่อเมริกา หลังจากนั้น ประมาณศตวรรษที่ 16-17 มีการพัฒนาสายพันธุ์หอมหัวใหญ่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และเริ่มปลูก ส่วนในอเมริกา เริ่มปลูกในช่วง ปี ค.ศ. 1629 ในแถบรัฐเทกซัส และแคลิฟอร์เนีย

Contact Us

แนะนำข้อมูลเพิ่มเติมให้กับเรา